th | en
 

2013.08.30

เอสโซ่ อัด 600 ล้านฉลอง 120 ปี

     เอสโซ่ อัดงบ 600 ล้านบาท ฉลองครบรอบ 120 ปีที่อยู่ในไทย เร่งปรับโฉมปั๊มใหม่ให้แล้วเสร็จในปีหน้า ด้วยงบกว่า 200 ล้านบาท พร้อมส่งแก๊สโซฮอล์ อี 20 ชิงส่วนแบ่งการตลาดช่วงปลายปีนี้ประเดิมก่อน 50 แห่ง
     หลังทนดูเมเจอร์ออยล์ค่ายอื่นตบเงินเข้ากระเป๋าไม่ไหว ล่าสุดออกดีเซลเกรดพรีเมียม หนีตายค่าการตลาดต่ำ เชื่อยังรักษาส่วนแบ่งอันดับ 2 ไว้ได้
     นายยอดพงศ์ สุตธรรม กรรมการและผู้จัดการการตลาดขายปลีก บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า จากภาวะการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันต้องเร่งปรับตัวในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดไม่ให้ถูกแย่งไป โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีนี้(2556-2557) จะเป็นช่วงที่เอสโซ่อัดงบลงทุนค่อนข้างมาก เนื่องจากในปีหน้าจะครบ 120 ปีที่ดำเนินธุรกิจในไทย ทำให้ต้องเร่งปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่จำนวน 516 แห่ง ให้แล้วเสร็จเกือบทั้งหมด และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการ รวมถึงงบส่งเสริมการขาย ที่ปีนี้ตั้งไว้รวมกันกว่า 300 ล้านบาท
     สำหรับการปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันปีนี้จะใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงปั๊มประมาณ 140-150 แห่ง จากที่ดำเนินการมาแล้ว 250 แห่ง ส่วนที่เหลือจะเป็นงบทางด้านการตลาดและส่งเสริมการขาย ขณะที่ปีหน้าจะใช้งบอีกประมาณ 300 ล้านบาท ใช้ปรับปรุงปั๊มน้ำมันประมาณ 50 แห่ง ด้วยงบกว่า 50 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นงบการสร้างภาพลักษณ์ การส่งเสริมการตลาด เป็นต้น เพื่อรับกับการฉลอง 120 ปีในประเทศไทย
     การปรับปรุงโฉมปั๊มน้ำมันจะใช้งบเฉลี่ยแห่งละกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งเอสโซ่จะเลือกปรับปรุงเฉพาะปั๊มที่มีสัญญาระยะยาวกับตัวแทนจำหน่าย ส่วนปั๊มที่ใกล้หมดสัญญาคงจะไม่ดำเนินการ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าจำนวนปั๊มที่ปรับปรุงใหม่จะมีอยู่ประมาณ 450 แห่ง เท่านั้น จากจำนวนปั๊มที่มีอยู่ปัจจุบัน 516 แห่ง
     อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการก่อสร้างปั๊มใหม่ ส่วนใหญ่เอสโซ่จะให้ทางตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์เป็นผู้ลงทุนเอง ซึ่งในปีนี้จะมีอยู่ประมาณ 20 แห่ง เงินลงทุนแห่งละประมาณ 20 ล้านบาท ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่าแบรนด์เอสโซ่ยังเป็นที่ยอมรับของลูกค้า จึงทำให้มีผู้ประกอบการเข้ามาขอจำหน่ายน้ำมันภายใต้แบรนด์เอสโซ่อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสิ้นปีนี้จะทำให้เอสโซ่มีปั๊มทั้งหมดประมาณ 536 แห่ง
     ขณะเดียวกันเอสโซ่จะยังใช้กลยุทธ์ในการส่งเสริมทางการตลาดในการแจกน้ำดื่ม 1.5 ลิตร สำหรับลูกค้าที่เติมน้ำมันครบ 900 บาทขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จในการช่วยรักษาฐานลูกค้าและช่วยให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อทำบัตรสะสมคะแนนให้ลูกค้าใช้เป็นส่วนลดราคาในการใช้บริการต่างๆด้วย
     นายยอดพงศ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสการตอบรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ อี 20 ที่ขณะนี้จำนวนรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เอสโซ่ตัดสินใจที่จะนำแก๊สโซฮอล์ อี 20 มาจำหน่ายในปั๊ม ซึ่งถือเป็นรายที่ 4 หลังจากที่บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้หลายปี ในขณะที่เชลล์เพิ่งมาเปิดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์อี 20 เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
     ตั้งเป้าจะเริ่มจำหน่ายในไตรมาส 4 ปีนี้เป็นต้นไป 50 แห่ง ช่วงปลายปีนี้ จากนั้นจะเพิ่มเป็นเกือบ 200 แห่งภายในปี 2557 เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายอดใช้น้ำมันอี 20 เติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2555 ดังนั้น เอสโซ่จะเร่งปรับปรุงโรงกลั่นและถังเก็บเอทานอล เพื่อรองรับการขายน้ำมันอี 20 ซึ่งปีที่ผ่านมา เอสโซ่ได้ปรับปรุงและลงทุนถังเก็บเอทานอลเพิ่ม เพื่อรองรับการยกเลิกขายเบนซิน 91 หากในปลายปีนี้เอสโซ่จะต้องเพิ่มหัวจ่ายน้ำมันอี 20 จะทำให้ยอดใช้เอทานอลของเอสโซ่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 7-8 ล้านลิตรต่อเดือน อย่างไรก็ตามสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่จะสามารถรองรับน้ำมันได้เพียง 5 เกรด ดังนั้นหากต้องเพิ่มหัวจ่ายน้ำมันอี 20 คงต้องยกเลิกหัวจ่ายน้ำมันเบนซิน 95 หรือแก๊สโซฮอล์บางชนิดออกไป
     ล่าสุดเอสโซ่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมในไทย ภายใต้ชื่อ เอสโซ่ ซูพรีม ดีเซล พลัส เพื่อเป็นทางเลือกกับผู้ที่ใช้รถ ซึ่งราคาหน้าปั๊มอยู่ที่ 32.98 บาทต่อลิตร หรือมากกว่าดีเซลปกติ 10% ซึ่งอยู่ที่ 29.99 บาทต่อลิตร แต่มีประสิทธิภาพมากกว่า สามารถเพิ่มสมรรถนะ ลดการปล่อยไอเสีย และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเปิดขายตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมนี้ 12 แห่ง และขยายครอบคลุม 55 แห่งภายในปลายปีนี้ และคาดว่าจะเป็น 100 แห่งในปี 2557 อย่างไรก็ตามค่าการตลาดดีเซลปกติอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเกินไป ดังนั้นการออกผลิตภัณฑ์ดีเซลพลัส จะช่วยให้ค่าการตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการดำเนินงานทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะทำให้เอสโซ่รักษาส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกน้ำมันอยู่ในอันดับ 2 ที่ 16 % ได้รองจากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)
     
     จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,864 วันที่ 25 - 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556